TMBAM & TFUND มั่นใจกองทุนตระกูล GINNO ยังไปต่อหลังผลตอบแทนทะลุ 40 % แล้ว



บลจ.ทหารไทย และ บลจ.ธนชาต เผยว่าในปี 2563 ที่ผ่านมากองทุนหุ้นเทคโนโลยีทำผลตอบแทนได้ร้อนแรง มั่นใจกองทุนตระกูล GINNO ทั้ง TMB-ES-GINNO และ T-ES-GINNO ยังไปต่อหลังผลตอบแทนทะลุ 40 % แล้ว

TMB-ES-GINNO, T-ES-GINNO

นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ธนชาต จำกัด (Thannachart Fund Eastspring) และบลจ.ทหารไทย (TMBAM Eastspring) เปิดเผยว่าในปี 2563 ที่ผ่านมา กองทุนหุ้นเทคโนโลยีทำผลตอบแทนได้ร้อนแรง สำหรับบลจ.ธนชาต และ บลจ.ทหารไทย ได้เปิดขายกองทุนนวัตกรรมล้ำอนาคตอย่าง T-ES-GINNO และ TMB-ES-GINNO เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563 และในสองเดือนสุดท้ายของปี ทั้งสองกองทุนทำผลงานมาได้มากกว่า 40% ซึ่งนักลงทุนให้การตอบรับดีมาก ปัจจุบันขนาดกองทุนของทั้ง T-ES-GINNO และ TMB-ES-GINNO รวมกันประมาณ 9,800 ล้านบาทแล้ว โดยก็เชื่อว่ากองทุนนี้ยังจะได้รับความนิยมและเป็นธีมการลงทุนหลักสำหรับปีนี้อย่างแน่นอน (แหล่งที่มา Morningstar, 13 มกราคม 2564)

นายอดิศร กล่าวว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในปัจจจุบันมีความหลากหลายมาก มีทั้งเทคโนโลยีทั่วไปที่มีมานานแล้ว เทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน แต่เทคโนโลยีที่บริษัทฯ ให้ความสนใจมาก คือ เทคโนโลยีแห่งอนาคต เนื่องจากนวัตกรรมนี้จะทำให้การใช้ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งผลที่เกิดขึ้นทำให้บริษัทที่ประสบความสำเร็จสามารถสร้างรายได้อย่างมีนัยสำคัญ

“มองว่าทาง ARK Invest ซึ่งมี Catherine Wood เป็นซีอีโอ และที่ปรึกษาด้านการลงทุนนั้น มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจนวัตกรรมมาก เน้นลงทุนในนวัตกรรมที่ล้ำสมัยที่จะก้าวเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกและสามารถสร้างเป็นธุรกิจได้ เพราะเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไม่ใช่องค์ประกอบที่สำคัญเพียงส่วนเดียว แต่ต้องมีโมเดลธุรกิจ ความรู้ ทักษะ และการสนับสนุนจากส่วนอื่นๆ ร่วมด้วย”นายอดิศร กล่าว

สำหรับกองทุน T-ES-GINNO และ TMB-ES-GINNO มีนโยบายลงทุนในกองทุน Nikko AM ARK Disruptive Innovation Fund เป็นกองทุนที่แม้จะออกโดย Nikko แต่ส่งต่อการบริหารกองทุนให้ ARK Invest ซึ่งมีความเชี่ยวชาญการบริหารหุ้นนวัตกรรม ตัวกองทุนหลักอย่าง Nikko AM ARK Disruptive Innovation Fund ปัจจุบันมีขนาดกองทุนอยู่ที่ 7.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สามารถทำผลงานตลอดปี 2563 ได้ถึง 147.65 % และตั้งแต่จัดกองทุนมาเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2562 จนถึงวันที่ 13 มกราคม 2564 กองทุนนี้ทำผลตอบแทนไปแล้ว 57.31% ต่อปี (แหล่งที่มา Morningstar, 13 มกราคม 2564)

สาเหตุที่ผลตอบแทนกองทุนนี้ค่อนข้างสูง เนื่องกองทุนจะเน้นลลงทุนในหุ้นนวัตกรรมล้ำอนาคต และถือคติว่าจะเป็นเจ้าแรกๆที่เข้าไปลงทุนในบริษัทนั้นๆ ซึ่งปัจจุบันทาง ARK เน้นลงทุน 5 ธีมหลักด้วยกัน

1. Energy Storage ระบบกักเก็บพลังงาน ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบไฟฟ้าแห่งอนาคต ทำให้สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ได้ และสามารถทำให้เป็นธุรกิจได้เพราะราคาต้นทุนที่ต่ำกว่าในอดีตแต่กลับมีประสิทธิภาพที่สูงกว่าเดิมมาก โดยเทคโนโลยีในกลุ่มนี้ ธุรกิจได้ที่ประโยชน์มากๆ คือ รถยนต์ไฟฟ้าที่แต่เดิมแบตตารี่เป็นปัญหาที่ทำให้หลายคนยังไม่อยากใช้ ซึ่งเมื่อเทคโนโลยีนี้พัฒนาไปมากแล้ว

2. Artificial Intelligence (AI) สำหรับเทคโนโลยี ส่วนนี้จะเป็นการสร้างความฉลาดให้กับคอมพิวเตอร์ในการทำความเข้าใจและแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่ง Ark เองเชื่อว่าในธีมนี้ยังพัฒนาไปได้อีกไกล ยิ่งธุรกิจไหนสามารถสร้างการเรียนรู้ให้ AI ของตัวเองมีความฉลาดเท่าไหร่ กำไรในธุรกิจนั้นๆจะมากขึ้นตามไปด้วย

3.DNA Sequencing สำหรับเทคโนโลยี ธีมนี้จะเป็นเรือ่งที่เกี่ยวกับการถอดรหัสและแก้ไขพันธุกรรม เพื่อป้องกันและรักษาโรคร้าย และในปีที่ผ่านมาธีมนี้ก็สามารถทำผลตอบแทนได้น่าสนใจมาก

4. Robotics สำหรับเทคโนโลยี ธีมนี้จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับสิ่งต่างๆ อาทิ ทำให้รถยนต์ ให้สามารถเป็นรถยนต์ไร้คนขับได้

5. Blockchain สำหรับเทคโนโลยี ธีมนี้เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้เงินสามารถโอนผ่านกันไม่ยาก ต้นทุนต่ำ และไม่ผ่านตัวกลาง ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับบิทคอยท์ด้วย ในปี 2563 ราคาบิทคอยท์ ปรับตัวขึ้นมากว่า 200% โดยจะเห็นถึงความนิยมของบิทคอยท์ ที่สูงขึ้นมาก จนมีการคาดการณ์กันว่าบิทคอยท์ จะกลายเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ( safe haven )แห่งใหม่ของนักลงทุนเหมือนทอง “ทองคำ”

และสำหรับกองทุนนี้ก็ลงทุนหุ้นที่น่าสนใจ อย่างTesla ซึ่งเป็นผู้นำด้านการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน โดย ARK คาดการณ์ว่ารถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกจะโตปีละ 79% ต่อปีภายในปี 2024 ทำให้ หุ้น Tesla ของอิลอน มาร์ส กลายเป็นหุ้นที่เนื้อหอมสุดๆในเวลานี้ จนหลายคนเริ่มมีคำถามว่าตอนนี้แพงไปหรือยัง

โดยหุ้นที่น่าสนใจอีกหนึ่งตัวที่กองทุนนี้ลงทุนคือ SQUARE เป็นบริษัทที่บริหารโดย Jack Dorsey ผู้บริหารของ Twitter ผู้นำทางด้านโซเชียลมีเดียของสหรัฐ โดยบริษัทนี้เป็นผู้ให้บริการด้านการชำระเงิน ระบบการขาย การจัดการเงินเดือน รวมถึงการปล่อยกู้ให้กับธุรกิจขนาดเล็ก ทำให้บริษัทสามารถเก็บข้อมูลต่างๆของลูกค้าจนพัฒนาเป็น Cash App แอปพลิเคชันที่มีการเติบโตเร็วสุดในสหรัฐ ที่ล่าสุดยอดดาวน์โหลดแซงหน้า Venmo ของ Paypal ไปแล้ว ซึ่งแอปพลิเคชั่นนี้ทำให้การโอนเงินหรือรับเงินระหว่างบุคคลสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว และค่าใช้จ่ายที่ถูกว่าธนาคารพาณิชย์มาก โดยในปี 2563 Square เป็นบริษัทแห่งเดียวที่เป็นบริษัท ฟิคเทค แล้วได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจเกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อแบบธนาคาร

นอกจากนี้ ยังมีหุ้นที่ตัวในพอร์ตที่มีความน่าสนใจคือ อย่างบริษัท Crispr Therapeutics ที่ปัจจุบันกองทุนลงทุนเป็นอันดับที่ 4 บริษัทนี้เป็นบริษัทที่เกี่ยวกับการตัดแต่งยีนของมนุษย์ โดยบริษัทนี้เป็น 1 ใน 3 บริษัทที่ถือ CRISPR IP (สิทธิบัตร) โดยโฟกัสไปยังการรักษา โลหิตจาง และธาลัสซิเมีย บริษัทให้ความสำคัญกับการเป็นเจ้าแรกเนื่องจากเป็นเจ้าแรกที่ได้ทดลองในมนุษย์ ซึ่งในปี 2020 บริษัทนี้สามารถทำผลตอบแทนทั้งปีได้เกือบ 300%

ดังนั้น กองทุนนี้จึงเหมาะกับผู้ที่สนใจและต้องการเกาะเทรนด์การลงทุนในหุ้นนวัตกรรมเปลี่ยนโลก ต้องการหาโอกาสรับผลตอบแทนสูงๆ แต่สามารถรับความเสี่ยงมากๆได้ นอกจากนั้น ยังเหมาะกับผู้ที่ลงทุนในกองทุนเทคโนโลยีทั่วๆไปอยู่แล้ว อย่างพวกหุ้นในกลุ่ม “FANG” อย่าง Facebook, Amazon, Apple, Netflix และ Google และนำกองทุนนี้ไปเติมเต็มให้พอร์ตลงทุนของคุณให้ครอบคลุมทุกโอกาสที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

กองทุน T-ES-GINNO และ TMB-ES-GINNO ได้จัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 63.โอยผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้งกองทุนจนถึงวันที่ 13 มกราคม 2564 นั้น กองทุน T-ES-GINNO ทำผลตอบแทนได้ 47.20% Benchmark (MSCI World Net Total Return USD Index (THB))13.95% ในขณะที่ TMB-ES-GINNO ทำผลตอบแทนได้ 45.94% Benchmark (MSCI World Net Total Return USD Index (THB)) 13.95% (แหล่งที่มา Morningstar, 13 มกราคม 2564)



Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *