กองทุน T-ES-GGREEN ฮอต! บลจ.ธนชาต ขยายกองทุนเป็น 20,000 ล้านบาท พร้อมรับแรงส่งจากนโยบาย ปธน.ไบเดน



ธนชาต ฟันด์ อีสท์สปริงชูพลังงานสะอาด กองทุน T-ES-GGREEN โอกาสทองยุค ปธน.ไบเดน โดยเพิ่มขนาดกองทุนอีกครั้งในวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ปัจจุบันกองทุนสามารถรองรับความต้องการของผู้ลงทุนได้ถึง 20,000 ล้านบาท

กองทุน T-ES-GGREEN

นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.ธนชาต และ บลจ.ทหารไทย (Thanachart Fund Eastspring และ TMBAM Eastspring) กล่าวว่า สถานการณ์ลงทุนในปัจจุบัน นอกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆแล้ว ยังมีกองทุนที่คาดว่าจะเป็นดาวเด่นในปีนี้อีกหนึ่งกองทุน นั่นก็คือ กองทุนพลังงานสะอาด เพราะนอกจากจะเป็นเทรนด์ของโลกแล้วยังได้รับแรงบวกสำคัญจากนโยบายของโจ ไบเดน

นายอดิศร กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่ทำให้ผู้ลงทุนให้ความสนใจกองทุน T-ES-GGREEN เป็นจำนวนมาก เพราะเป็นหนึ่งในกองทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานสะอาด ซึ่งจะเป็นเทรนด์พลังงานแห่งอนาคต และผลตอบแทนในขณะนี้ที่น่าสนใจ โดยตั้งแต่เปิดขายกองทุนจนปัจจุบันประมาณเกือบ 2 เดือน กองทุนก็สามารถทำผลตอบแทนได้มากกว่า 20% แล้ว

ผลดำเนินงานของกองทุน T-ES-GGREEN ตั้งแต่จัดตั้งมีความโดดเด่น โดยปัจจุบันสามารถสร้างผลตอบแทนได้ 21.58 % ตั้งแต่จัดตั้งเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.63-20 ม.ค.64 ซึ่งดีกว่าดัชนีชี้วัด MSCI World ที่สร้างผลตอบแทน 6.68% ในระยะเวลาเท่ากัน (ที่มา Morningstar ข้อมูล ณ วันที่ 20 ม.ค.64)

“นโยบายการลงทุนของ T-ES-GGREEN สอดคล้องไปกับแนวนโยบายหลักของนายโจ ไบเดนที่ชูเรื่องการให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดและจะพยายามปฏิบัติให้เข้าเกณฑ์ Paris Agreement ซึ่งเป็นเรื่องการออกมาตรการควบคุมมลพิษของรัฐบาลต่าง ๆ ประกอบกับบริษัทต่าง ๆ เองก็มีการลงทุนในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดต่ำลงเรื่อย ๆ จนทำให้อัตราการใช้จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการคาดการณ์ว่าการใช้พลังงานสะอาดจะเพิ่มขึ้นจาก 1 ใน 4 เป็นเกือบ 2 ใน 3 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งโลกในอีก 30 ปีข้างหน้า นอกจากนั้นไบเดนยังมีการตั้งเป้าหมายว่าในปี ค.ศ.2050 สหรัฐอเมริกาจะเป็นประเทศที่อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์จะต้องเป็นศูนย์ ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าหุ้นที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาดจะได้รับประโยชน์มากๆ ในยุคของไบเดน”

กองทุนหลักของ T-ES-GGREEN คือ Brookfield Global Renewables and Sustainable Infrastructure โดยจะเน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับหรือกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การทำธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียนและโครงสร้างพื้นฐานแบบยั่งยืน ซึ่งใช้เทคโนโลยีและให้บริการเกี่ยวเนื่องกับพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานสะอาด และการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

สำหรับกองทุนนี้นั้น ผู้ลงทุนให้การตอบรับเป็นอย่างดี จนทำให้ บลจ.ธนชาต ต้องประกาศหยุดการรับคำสั่งซื้อหน่วยลงทุนไปตั้งแต่เปิดซื้อขายช่วง IPO เนื่องจากมีผู้สนใจลงทุนเต็มจำนวน และเพื่อให้ผู้ลงทุนที่สนใจลงทุนในธุรกิจดังกล่าวได้มีโอกาสลงทุนในพลังงานแห่งอนาคตอย่างไม่มีสะดุด Thanachart Fund Eastspring จึงจะเปิดรับคำสั่งซื้อ T-ES-GGREEN อีกครั้ง โดยเพิ่มขนาดกองทุนเป็น 12,000 ล้านบาท แต่ก็พบว่ายังไม่เพียงพอกับความต้องการของนักลงทุน จึงได้มีการจดทะเบียนเพิ่มขนาดกองทุนอีกครั้งในวันที่ 20 ม.ค.ทำให้ปัจจุบันกองทุนสามารถรองรับความต้องการของผู้ลงทุนได้ถึง 20,000 ล้านบาท

นายอดิศร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปีนี้ ทั้ง Thanachart Fund Eastspring และ TMBAM Eastspring ตั้งเป้าหมายจะพานักลงทุนไปหาโอกาส และประสบการณ์ลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น จากปีที่ผ่านมาที่ทั้ง 2 บลจ.สามารถระดมทุนกองทุนต่างประเทศ ในช่วงเสนอขายครั้งแรกได้กว่า 40,000 ล้านบาท (ไม่รวมกองทุนเทอมฟันด์) แม้ว่าจะต้องเผชิญกับสถานการณ์โควิดก็ตาม ด้วยความเชื่อของเราที่ว่าโอกาสมีอยู่ทุกที่ แม้จะอยู่ในสถานการณ์วิกฤตแต่หากรู้จักเลือกที่ที่จะไปลงทุน ผู้ลงทุนก็จะได้ผลตอบแทนตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้



Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *