บลจ.ไทยพาณิชย์ แนะลงทุน SSF และ RMF กองทุนลดหย่อนภาษี พร้อมแนะนำ 4 กองทุนเด่น



บลจ.ไทยพาณิชย์ แนะลงทุนโค้งสุดท้าย กองทุนลดหย่อนภาษี SSF และ RMF พร้อมแนะนำ 4 กองทุนเด่น ( SCBRM3, SCBRMPOP, SCBLT2-SSF, SCBLEQ-SSF ) ครอบคลุมทุกสินทรัพย์ ตอบโจทย์นักลงทุน

SCBRM3, SCBRMPOP, SCBLT2-SSF, SCBLEQ-SSF

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ช่วงโค้งสุดท้ายปลายปีได้มีนักลงทุนเป็นจำนวนมาก ให้ความสนใจลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษีในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนประเภท Super Savings ชนิดเพื่อการออม (SSF)

  โดยบริษัทฯ ได้นำเสนอขายกองทุนทั้ง 2 ประเภทรวมกันมากที่สุดในอุตสาหกรรมถึง 32 กองทุน ประกอบด้วยกองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนหุ้นทั้งในและต่างประเทศ กองทุนรวมสินทรัพย์ทางเลือก และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างทางเลือกการลงทุนที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกสินทรัพย์ และเหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของแต่ละบุคคล

  สำหรับกองทุนรวม RMF แนะนำ 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์เฟล็กซิเบิ้ลฟันด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCBRM3) เน้นลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในทุกสภาวะ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงในกองทุน ที่มีการบริหารแบบยืดหยุ่น และ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Population Trend เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCBRMPOP) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Fidelity Global Demographics Funds ที่ลงทุนในหุ้นทั่วโลกในกลุ่มธุรกิจ ที่ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงของประชากรโลก ไม่ว่าจะเป็นสังคมผู้สูงวัย เทรนด์สุขภาพ การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ หรือการบริโภคที่เพิ่มมากขึ้นตามขนาดของประชากร เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนไปกับธุรกิจที่เติบโตไปตามเทรนด์ของประชากรโลก

  ส่วนกองทุนรวม SSF แนะนำ 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาว พลัส (ชนิดเพื่อการออม) (SCBLT2-SSF) มีนโยบายจ่ายเงินปันผล ลงทุนในหุ้นไทยพื้นฐานดี มีความมั่นคงสูง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้นไทย และยังคงชอบนโยบายการลงทุนในรูปแบบ LTF เดิม และ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้น Low Volatility (ชนิดเพื่อการออม) (SCBLEQ-SSF) มีนโยบายจ่ายเงินปันผล เน้นลงทุนในหุ้นทั่วโลกที่มีคุณภาพปัจจัยพื้นฐานดีผันผวนต่ำ ปัจจุบันมีการกระจายการลงทุนในหุ้น 70 – 90 ตัว กระจายการลงทุนไปยังหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มไอที การเงิน เฮลท์แคร์ และสินค้าฟุ่มเฟือย เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนระยะยาว จากการลงทุนในหุ้นโลกที่มีความผันผวนต่ำ ช่วยลดความเสี่ยงเมื่อตลาดขาลง

  “ช่วงนี้ถือว่าเป็นโค้งสุดท้ายของปีแล้ว นักลงทุนที่ต้องการลงทุนเพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ก็มิควรนิ่งนอนใจ การลงทุนด้วยเป้าหมายระยะยาวเป็นตัวช่วยที่สำคัญในการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่จะช่วยสร้างวินัยในการออมระยะยาวให้กับนักลงทุน เพราะนอกจากจะได้สิทธิลดหย่อนภาษีแล้ว การถือครองยาวยังจะช่วยลดโอกาสการขาดทุนเมื่อครบกำหนด รวมถึงการกระจายการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ ก็จะเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผลตอบแทนในระยะยาวมีเสถียรภาพมากขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรเลือกกองทุนที่ตอบโจทย์การลงทุน และความเสี่ยงที่รับได้ของตนเองด้วย” นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว

  นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ลงทุนในกลุ่มกองทุน RMF และ SSF ภายใต้การบริหารของบลจ.ไทยพาณิชย์ ระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม – 30 ธันวาคม 2563 จะได้รับหน่วยลงทุนกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ระยะสั้น (SCBSFF) คืนมูลค่าสูงสุด 1,000 บาทด้วย



Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *