รีวิว … กองทุน TGHDIGI กองทุนกลุ่ม Healthcare ซื้อตอนนี้จะติดดอยหรือไม่?



ทำความรู้จักกับ TGHDIGI กองทุนหุ้นกลุ่ม Healthcare ทั่วโลก ที่มีผลงานสุดฮอตแห่งปี จากบลจ.ทิสโก้ ณ 12 ต.ค. 63 ย้อนหลังไปถึงต้นปี 2563 สร้างผลตอบแทน +55.50% จากการลงทุนในกองทุนหลัก กองทุน CS (Lux) Global Digital Health Equity เน้นลงทุนในบริษัทขนาดกลาง-เล็ก ด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์และสุขภาพ ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง

TGHDIGI

กองทุน TGHDIGI ชื่อเต็มคือ กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลบอล ดิจิตอล เฮลธ์ อิควิตี้ เปิดขายมาตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ. 2562 โดยจะลงทุนในกองทุนหลักชื่อ กองทุน CS (Lux) Global Digital Health Equity ชนิดหน่วยลงทุน IB USD เน้นลงทุนระยะยาว 7 -10 ปี ในบริษัทขนาดกลาง-เล็ก ที่ใช้นวัตกรรม และเทคโนโลยีในการนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการทางการแพทย์ ที่มีรายได้เติบโตสูง

กลยุทธ์การลงทุน ไม่เน้นลงทุนในบริษัทใดมากจนเกินไป ใน 3 กลุ่มธุรกิจ ดังนี้
1. บริษัทด้านการรักษา 42.2 %
2. บริษัทด้านการเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษา 35.4%
3. บริษัทด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการ 21.9%
*บริษัทใน 10 อันดับแรก ที่กองทุนหลักเข้าลงทุนมีสัดส่วนเพียงประมาณ 30% ที่เหลือ 70% กระจายลงทุนในอีก 50 – 60 บริษัท

TGHDIGI

TGHDIGI

ตัวอย่างบริษัทที่กองทุนหลักเข้าลงทุน
* Dexcom ผู้ผลิตอุปกรณ์วัดน้ำตาลสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน รายงานผลแบบ Realtime บนหน้าจอมือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ช่วยให้ผู้ป่วยควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น
* Novocure ผู้พัฒนายาและนวัตกรรมการรักษาโรคมะเร็งระยะรุนแรง ที่เป็นเนื้องอก และมะเร็งในสมอง โดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
* Guardant Health ผู้ผลิตยารักษามะเร็งด้วยไบโอเทค และยังเป็นบริษัทแรกที่มีการตรวจชิ้นเนื้อ เพื่อทดสอบการกลายพันธุ์และการเติบโตของเนื้องอก ก่อนที่จะเป็นมะเร็ง
* Exact Science ผู้ให้บริการตรวจมะเร็งเบื้องต้น ด้วยการใช้ข้อมูลระดับ DNA มาวิเคราะห์และประมวลผล เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันการ และมีประสิทธิภาพ
* Teladoc ผู้พัฒนาแพลทฟอร์ม ให้คนไข้สามารถพบแพทย์ผ่านระบบออนไลน์ และรับใบสั่งยาจากแพทย์เพื่อนำไปซื้อยาต่อได้ทันที
* Veeva System ผู้ให้บริการในการเก็บข้อมูลระบบ Cloud Computing สำหรับอุตสาหกรรมการแพทย์
* Bio Telemetry ผู้ผลิตอุปกรณ์แปะติดกับร่างกายเพื่อเก็บข้อมูลตรวจวัดหัวใจ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา

TGHDIGI

ด้านผลตอบแทน ในปี 2563 กองทุน TGHDIGI ทำเอาผู้ถือหน่วยลงทุนที่ถือมาถึงปัจจุบันนะครับ ยิ้มแก้มปริเลยทีเดียว ในกองทุนกลุ่ม Health Care ปีนี้เค้าหล่อสุดละ  โดย ณ 12 ต.ค. 63 ให้ผลตอบแทนดังนี้ (% การเพิ่มขึ้นของราคาหน่วยลงทุน ครับ)
* ย้อนหลัง 1 เดือน +16.46%
* ย้อนหลัง 3 เดือน +19.12%
* ย้อนหลัง 6 เดือน +56.42%
* ย้อนหลังตั้งแต่ต้นปี 2020 +55.50%
* ย้อนหลัง 1 ปี + 82.93%

TGHDIGI

การแรลลี่ครั้งใหญ่ของกองทุน TGHDIGI เริ่มขึ้นหลังจากการร่วงลงอย่างรุนแรง ในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2563 โดยราคาหน่วยลงทุนต่ำสุด เท่ากับ 8.261 บาท/หน่วย เมื่อ 16/03/2563 ผ่านมาถึง 12/10/2563 ราคาหน่วยลงทุนเท่ากับ 16.7229 บาท/หน่วย นั่นหมายถึงราคาเพิ่มขึ้นกว่า 102.43% จากจุดต่ำสุดของปี

เปรียบเทียบผลงาน กองทุน TGHDIGI กับ กองทุนหุ้นกลุ่ม Healthcare กองอื่นๆ
TGHDIGI, กองทุนขอบคุณบริการดีๆจาก Finnomena.com ครับ

ความเสี่ยงและความผันผวน บริษัทขนาดกลาง-เล็ก ที่กองทุนหลักเข้าลงทุน เป็นบริษัทที่กำลังเติบโต ซึ่งต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงและความผันผวนสูง เช่นกัน

กองทุน TGHDIGI มีความเสี่ยงสูง ในระดับ 7 เลยครับ เวลาร่วงก็ลงแรงเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะ ถ้านับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน ราคาหน่วยลงทุนลดลงมากสุด ( Max. Drawn Down) ถึง -31.271% ( ช่วง มี.ค. 63 โควิด-19 เริ่มระบาดหนักทั่วโลก) ร่วงลงแบบต่อเนื่องกว่า 1 เดือน เด้งกลับที่เดิมใช้เวลาเกือบ 2 เดือน ครับ ในขณะที่ค่าความผันผวน (ค่า SD : Standard deviation) อยู่ที่ 28.73% ต่อปี ถือว่าผันผวนสูงเลยหละ

Risk Level 7

ลงทุนในกองทุน TGHDIGI เริ่มต้นไม่มากครับ ขั้นต่ำลอตละ 1,000 บาท เท่านั้น
* ค่าธรรมเนียมเมื่อซื้อ 1.00% (ขาย ไม่เสียค่าธรรมเนียม)
* ค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุน 1.07%
* อัตราค่าใช้จ่ายรวม 1.35% ครับ
* ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล นะครับ

สำหรับผู้สนใจกองทุน TGHDIGI ก็ลองพิจารณาดูความเสี่ยง และความผันผวนให้ดีนะครับว่ารับได้หรือเปล่า ลองคิดเล่นๆนะครับ ถ้าซื้อไปแล้ว ราคาหน่วยลงทุนลดลง 20% – 30% ทำใจได้หรือเปล่า จะนอนหลับสบายๆได้มั้ย?

ส่วนตัวแอดมินนั้นขอบอกไว้เลยว่า เข้าไปแล้วครับ TGHDIGI ไม้แรกเมื่อต้นเดือน ต.ค. 63 เป็นจำนวนเงินไม่มากครับ เพียง 4,000 บาท (สับเปลี่ยนมาจาก กองทุน TISTECH-A) จะติดดอยหรือไม่ คงไม่สำคัญ พร้อมทำใจไว้แล้วว่าอาจจะต้องเจอการปรับฐานของราคาหุ้นที่กองทุนหลักเข้าลงทุน

TGHDIGI

แต่ของมันต้องมีนะ แอดต้องลงทุนในกองทุนกลุ่มนี้อยู่แล้ว เพื่อทดแทนกองทุน BCARE ที่ขายปรับพอร์ทไปช่วงต้นปีที่ผ่านมา อีกทั้งมองว่ากลุ่มเทคโนโลยีทางการแพทย์และสุขภาพ เป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์หลักระดับโลก ที่ยังมีโอกาสเติบโตได้อีก โดยจะทยอย DCA ลงทุนต่อไปยาวๆครับ ถ้ามีอะไรคืบหน้า แอดจะอัพเดทเป็นระยะ ครับ

########################
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต



2 Comments

Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *