บลจ.เอ็มเอฟซี เปิดขาย IPO กองทุน MGTECH เน้นลงทุนกลุ่มเทคโนโลยีเพื่อยุคหน้า



บลจ.เอ็มเอฟซี (MFC) เปิดขาย IPO กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี เน็กซ์ เจนเนอเรชั่น เทคโนโลยี (MGTECH) ระหว่างวันที่ 19-28 ต.ค.63 เน้นลงทุนในหุ้นบริษัทเทคโนโลยีเพื่อยุคหน้า กองทุนหลักมีการบริหารความเสี่ยง และกระจายการลงทุน (diversification) ไปในหุ้นประมาณ 100-125 ตัว และน้ำหนักลงทุนสูงสุดต่อหุ้นมักจะอยู่ที่ 1-2% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ดังนั้นกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของหุ้นรายตัวต่ำ

กองทุน MGTECH

นายธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บลจ. เอ็มเอฟซี (MFC) เปิดเผยว่า เอ็มเอฟซีเห็นโอกาสการลงทุนในธุรกิจ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ซี่งมีโมเมนตัมที่แข็งแกร่ง และรายได้ที่เติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้เสนอขาย กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี เน็กซ์ เจนเนอเรชั่น เทคโนโลยี (MGTECH) เสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 19-28 ต.ค.63 โดยเป็นกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ ประเภท Feeder Fund ในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยี (Technology Sector) ที่มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของ กองทุน BGF Next Generation Technology Fund (กองทุนหลัก) ซึ่งบริหารโดย BlackRock (Luxembourg) S.A. เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่ต่ำกว่า 80% ของ NAV ซึ่งกองทุนหลักจดทะเบียนจัดตั้งที่ประเทศลักเซมเบิร์ก

กองทุนดังกล่าวลงทุนอย่างน้อย 70% ของ NAV ในตราสารทุนของบริษัททั่วโลกที่มีความโดดเด่นในการประกอบธุรกิจทั้งด้านการวิจัย การพัฒนา การผลิต และหรือการบริการ โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับอนาคต นอกจากนี้กองทุน MGTECH อาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) โดยมี Benchmark MSCI AC World Information Technology Net Total Return Index เป็นดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน

กองทุน MGTECH เน้นลงทุนในหุ้นบริษัทเทคโนโลยีเพื่อยุคหน้าที่จะเป็นผู้ชนะในวันพรุ่งนี้ โดยคัดเลือกจากบริษัทที่มีศักยภาพประมาณ 1,100 บริษัท รายได้และกำไร (EPS) ของบริษัทกลุ่มนี้มีลักษณะ Hyper Growth ที่คาดว่าจะเติบโตประมาณ 40-50% ต่อปี และมีศักยภาพจะเติบโตสูงต่อเนื่องไปอีกหลายปีเพื่อบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในทศวรรษหน้า MGTECH จึงแตกต่างจากกองทุนหุ้นเทคโนโลยีทั่วไปที่ลงทุนในบริษัท Mega Technology (ที่มีอยู่ประมาณ 100 บริษัท) ที่รายได้และกำไรอาจจะขยายตัว 10-20% ต่อปี แต่กำลังจะเข้าสู่ช่วงเติบโตช้าลงและอาจเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่อัตราการเติบโตต่ำในที่สุด

กองทุนหลัก BlackRock Next Generation Technology มีทีมบริหารลงทุนนำโดย Tony Kim (ได้รับ rating AA โดย CITYWIRE และบริหารกองทุนเทคโนโลยีที่ได้รับการจัดอันดับ Morningstar 5 ดาว) ที่มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีกว่า 25 ปี และมีความรู้เชิงลึกที่สามารถคัดเลือกประเภทธุรกิจและบริษัทตามนโยบายลงทุน นอกจากนี้กองทุนหลักมีการบริหารความเสี่ยง และกระจายการลงทุน (diversification) ไปในหุ้นประมาณ 100-125 ตัว และน้ำหนักลงทุนสูงสุดต่อหุ้นมักจะอยู่ที่ 1-2% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ดังนั้นกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของหุ้นรายตัวต่ำ

โดยกองทุน MGTECH เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาว คาดหวังผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวจากการลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และผู้ที่ต้องการลงทุนในหุ้นบริษัทที่มีคุณภาพ เติบโต ในราคาที่เหมาะสม

นายธนโชติ กล่าวอีกว่า สภาวะเศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 สร้างความเสียหายให้กับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจดั้งเดิม แต่เป็นโอกาสการเติบโตแบบก้าวกระโดดให้กับบริษัทที่คิดค้น นวัตกรรมใหม่ ๆ หรือ ธุรกิจประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อยุคหน้า ที่ตอบโจทย์ความต้องการและตอบสนองพฤติกรรมของผู้ใช้งานในยุค New Normal สามารถสร้างรายได้เติบโตได้แบบทวีคูณ

โดยเทคโนโลยีและนวัตกรรมถือว่าเป็นสิ่งสำคัญต่อการสร้างผลผลิตของโลก ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการในรูปแบบใหม่ ที่ตอบสนองความต้องการผู้บริโภค ปัจจุบันหุ้นบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเติบโตในอัตราก้าวกระโดด โดยสัดส่วนของหุ้นกลุ่มนี้ต่อหุ้นทั่วโลกเพิ่มขึ้นสูงกว่า 4 เท่า (เมื่อเทียบกับเมื่อปี 2548) และมีมูลค่าตลาดมากกว่า ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ McKinsey Global Institute คาดการณ์ว่า เทคโนโลยีและนวัตกรรม จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกกว่า 13 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2573

อย่างไรก็ตามการลงทุนส่วนใหญ่มุ่งไปที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ (Mega Technology) ซึ่งเป็นผู้ชนะในวันนี้ เช่น กลุ่ม FAANG ซึ่งยังเติบโตได้ดี แต่มีแนวโน้มอาจเข้าสู่ช่วงเติบโตช้าลง (ตามวัฎจักรธุรกิจ) ในที่สุด ขณะที่การลงทุนในบริษัทที่จะเป็นผู้ชนะในวันพรุ่งนี้ คือเทคโนโลยีเพื่อยุคหน้า (Next Generation Technology) ที่จะปฏิรูปรูปแบบของการใช้ชีวิตของเราที่จะมีความเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน (Future of Connected Living) หุ้น Next Generation Technologies มีศักยภาพเติบโตรวดเร็ว Hyper Growth และต่อเนื่องไปอีกทศวรรษ

ข้อมูลเพิ่มเติมโดย 9FundFun ครับ : กองทุนหลักเข้าลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรม ณ 30/09/2563 มี Top Holdings ดังนี้ TESLA , Ming Yuan Cloud Cornerstone, Base Inc, Square Inc, Kakao Corp, Enphase Energy, Coresair Gaming, Samsung SDI, Freee KK, Livongo Health เป็นต้น

MGTECH

กลุ่มอุตสาหกรรมที่กองทุนหลักเข้าลงทุน
MGTECH

ด้วยกลยุทธ์การกระจายลงทุนในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ไม่เน้นลงทุนในบริษัทใดมากจนเกินไป ทำให้ผลการดำเนินงานของกองทุนหลัก BGF Next Generation Technology Fund ชนิดหน่วยลงทุน (share class) D2 USD สร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 30 ก.ย. 2563 ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 เดือนที่อยู่ที่ 1.28% ย้อนหลัง 3 เดือน 16.28% ย้อนหลังตั้งแต่ต้นปี 61.02% ย้อนหลัง 1 ปี 81.64% และผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้งกองทุน 90.00% (กองทุนหลัก (Share Class D2 USD) จัดตั้งกองทุนเมื่อ 4 ก.ย. 2561)

MGTECH

ข้อมูลกองทุน กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี เน็กซ์ เจนเนอเรชั่น เทคโนโลยี ( MGTECH ) :

  • ระดับความเสี่ยงกองทุน : ระดับ 7
  • เปิดเสนอขาย : ตั้งแต่วันที่ 19-28 ต.ค. 2563
  • มูลค่าขั้นต่ำในการซื้อ : 1,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียมเมื่อซื้อ : 1.00% (ช่วง IPO), 1.50% (หลัง IPO)
  • ค่าธรรมเนียมเมื่อขาย : ไม่มี

ผู้ลงทุนต้องศึกษาข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนการตัดสินใจลงทุน กองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน อาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และหรือได้รับเงินลงทุนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก สามารถติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุน ความเสี่ยง ผลการดำเนินงานของกองทุน หรือหนังสือชี้ชวนได้ที่ บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) โทรศัพท์ 02-649-2000 ติดต่อฝ่ายวางแผนการลงทุน กด 2 หรือ Contact Center กด 0 สาขาแจ้งวัฒนะ โทร 02-835-3055-57 สาขาปิ่นเกล้า โทร 02-014-3150-2 สาขาขอนแก่น โทร 043-204-014-16 สาขาเชียงใหม่ โทร 053-218-480-82 สาขาระยอง โทร 033-100-340 สาขาหาดใหญ่ โทร 074-232-324-25 หรือที่ www.mfcfund.com



Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *