บลจ.กสิกรไทย ส่ง K-ATECH กองทุนหุ้นเทคเอเชีย ลุยทำกำไรตามเทรนด์โลก



กองทุนเปิดเค เอเชีย เทคโนโลยี หุ้นทุน (K-ATECH) เน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีทั่วเอเชียครอบคลุมทั้งจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ใน 5 ธีมหลักที่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต ได้แก่ 1) ธุรกิจอีคอมเมิร์ชและสื่อออนไลน์ 2) ธุรกิจเกมออนไลน์ 3) ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์ 4) ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนสมาร์ทโฟน และ 5) ธุรกิจหุ่นยนต์อุตสาหกรรม

 กองทุน K-ATECH

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) จัดตั้ง กองทุนเปิดเค เอเชีย เทคโนโลยี หุ้นทุน (K-ATECH) ที่มีนโยบายลงทุนผ่านกองทุนหลัก JPMorgan Pacific Technology – Class C (acc) – USD เน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีทั่วเอเชียครอบคลุมทั้งจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลีใต้ ใน 5 ธีมหลักที่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต ได้แก่ 1) ธุรกิจอีคอมเมิร์ชและสื่อออนไลน์ 2) ธุรกิจเกมออนไลน์ 3) ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์ 4) ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนสมาร์ทโฟน และ 5) ธุรกิจหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ทั้งนี้ หลังจากที่กองทุนได้เปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ในระหว่างวันที่ 1-7 เม.ย.ที่ผ่านมา ก็ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนเป็นจำนวนมาก และสามารถระดมทุนได้สูงกว่า 1,200 ล้านบาท

ผู้จัดการกองทุนหลักมีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ และคาดการณ์เทรนด์เทคโนโลยี ที่กำลังจะมาถึงในอนาคต โดยนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อปีพ.ศ. 2540 กองทุนหลักได้คัดสรรหุ้นเทค ที่มีความน่าสนใจก่อนที่จะได้รับความนิยม และกลายมาเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกไม่ว่าจะเป็น TSMC, Keyence, Tencent และ Alibaba นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างผลการดำเนินงานได้อย่างโดดเด่นติดอันดับ 1 ใน 10 จากกองทุนหุ้นเทคทั้งหมด 221 กองทุนทั่วโลก โดยมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ 97.46% อย่างไรก็ดี กองทุน K-ATECH เน้นลงทุนในหุ้นบริษัทเทคที่มีผู้ใช้งานทั่วโลกไม่เฉพะแต่คนเอเชีย อาทิ Sumsung บริษัทผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, Nintendo ผู้คิดค้นเกม Mario และผู้ผลิต Game Boy รวมถึง Nintendo Switch, SEA เจ้าของเกม ROV, Shopee และ Shopeepay, TSMC บริษัทผลิตชิปรายใหญ่ของโลก และ Bilibili บริษัทสตรีมมิ่งเกมส์และวิดีโอ” นายนาวินกล่าว

ทั้งนี้ เอเชียถือเป็นแหล่งนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของโลก นำโดยจีนที่ทุ่มงบประมาณด้านการค้นคว้าวิจัย (R&D) ไม่ต่ำกว่า 7% ต่อปี และมีเป้าชัดเจนในการจะเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของโลก ความน่าสนใจของหุ้นเทคโนโลยีเอเชียอยู่ที่ การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งสะท้อนได้จากจำนวนสิทธิบัตรในจีนและญี่ปุ่นรวมกันแซงหน้าสหรัฐฯ ถึง 3 เท่า หรือ คิดเป็นสัดส่วน 40-50% ของจำนวนทั้งหมดในโลก นอกจากนี้ ยังมีจำนวนผู้บริโภคที่มีกำลังซื้ออยู่อย่างมหาศาล ทำให้มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ดังนั้น หุ้นเทคเอเชียจึงมีความน่าสนใจ เนื่องจากมีมูลค่าที่ถูกกว่าหุ้นเทคสหรัฐฯค่อนข้างมาก ในขณะที่มีอัตราการเติบโตของกำไรที่สูงกว่า

ในช่วงที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมีการปรับตัวลดลงจากความกังวลต่อการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ซึ่ง บลจ.กสิกรไทย มองว่าเป็นเพียงปัจจัยกดดันในระยะสั้น โดยหุ้นกลุ่มดังกล่าวยังคงมีปัจจัยสนับสนุนต่อการเข้าลงทุนที่ไม่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ดี ในขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลงถือเป็นจังหวะให้ทยอยเข้าลงทุนเพื่อโอกาสทำกำไรในระยะยาว

ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน • ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต • การลงทุนในหุ้นต่างประเทศอาจมีความผันผวนตามสภาวะตลาดและค่าเงิน • กองทุนป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน • เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้



Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *