📌 สรุปผลการลงทุนในกองทุนรวม ไตรมาส 2/2564 เริ่มฟื้นตัว โอกาสที่ใช่ มักจะมาในจังหวะที่เราไม่พร้อม!



👉 สรุปผลงานพอร์ทกองทุน (พอร์ทหลัก) ประจำไตรมาส 2/2564 หุ้นและกองทุนเริ่มฟื้นตัว หลังจากร่วงลงอย่างหนัก และเป็นไตรมาสนี้เองที่แอดมักจะขาดสภาพคล่อง ทำให้พลาดโอกาสดีๆที่จะได้ซื้อกองทุนในช่วงที่ยังราคาต่ำๆ

🔰 มาดูสรุปผลงานกันเลยนะครับ 🔰
• ผลงาน ปี 2563 ทำได้ +17.16% (จากติดลบ สามสิบกว่า%)
• ผลงานเมื่อจบไตรมาส 1/2564 ทำได้ -4.40% (ติดลบสูงสุด ราวๆ -6.20%) เมื่อเทียบกับต้นปี 2564
• ผลงานเมื่อจบไตรมาส 2/2564 ทำได้ +5.01% (ติดลบสูงสุด ราวๆ -11.40%) เมื่อเทียบกับต้นปี 2564

# น่าเสียดายที่กองทุนหุ้นจีน ที่แอดมีทั้ง 3 กองเด้งกลับมาไม่มากนัก ทำให้ผลงานรวมทั้งพอร์ทเด้งกลับขึ้นมาจากไตรมาส 1 ได้เพียงราวๆ +9.84%
# ผลงานในไตรมาส 2 แพ้ผลงานของกองทุนที่ผมเลือกมาเป็น Benchmark คือ ONE-UGG-RA ครับ กองทุนนี้ ณ Q2/2564 ทำผลงานได้ +13.30%

😁 จะว่าไปผลงานน่าจะดีกว่านี้ครับ ถ้ามีงบซื้อกองทุนได้เหมือนช่วงเวลาปกติ ในไตรมาส 2/2564 แอดแทบจะไม่ได้ใช้เงินก้อนใหม่ซื้อ DCA กองทุนในพอร์ทหลักเพิ่มเลยครับ ทำได้เพียงไช้เงินที่ได้จากการขายกองทุนบางออกไปมาซื้อแทนครับ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแอดช้อตด้วยแหละครับ กับเลือกนำเงินกลับไปเทรดหุ้นไทยอีกครั้ง ✌

กองทุนรวม, ซื้อกองทุน, กองทุนหุ้นต่างประเทศ

🧏‍♂️รายการหลักๆ ในช่วงไตรมาส 2/2564 มีดังนี้ครับ

• ขาย TMB-ES-GINNO ทั้งหมด ในช่วงต้นเดือน เม.ย. หลังจากถือมา 5 เดือนกว่า มีกำไร 12% (จากที่เคยกำไร 40%) ไปเข้า KFINNO-A แทน ทั้ง 2 กองนี้ลงทุนในกองทุนหลักกองเดียวกัน แต่ KFINNO-A มีค่าธรรมเนียมการจัดการที่ถูกกว่า
• ขาย WE-TENERGY ทั้งหมด ในช่วงต้นเดือน เม.ย. หลังจากที่ซื้อมาตอน IPO ปลายเดือน ก.พ. 2564 ถือมา 1 เดือนเศษ ขาดทุนเกือบ 10%
• ทยอยขาย TNEWENGY จนหมด กองทุนนี้ซื้อปุ้บลงแรงปั๊บเลนครับ แค่ไม่ถึง 1 เดือน ก็ติดลบไปเกือบ 8%
• ขาย T-Premium Brand ในช่วงปลายเดือน เม.ย. ถือมา 2 เดือน ในสัดส่วน 6%ของพอร์ท ได้กำไร 4.5%
• ยอมแล้วจ้า! กลางเดือน มิ.ย. เริ่มทยอยขาย TCHCON ที่ซื้อมาตั้งแต่ IPO ต้นเดือน ก.พ. 2564 ถือมาเกือบ 5 เดือน ขาดทุนไปราวๆ 10% ทั้งนี้เพื่อโยกไปซื้อ KCFMEGA-A แทนครับ
• ขาย LHTPROP ที่เหลือมาจากไตรมาส 1 ทั้งหมด ถือมา 3 เดือนครึ่ง เหลือกำไรประมาณ 1.9%

กองทุนรวม, ซื้อกองทุน, กองทุนหุ้นต่างประเทศ

😅 กองทุนที่เหลืออยู่ในพอร์ท ณ 30/06/2564 มีดังนี้ครับ :

🔴 ยังมั่นใจกับกองทุนจากค่าย Baillie Gifford

1. ONE-UGG-RA สัดส่วน 14% ผลงาน +25.36%
กองทุนหุ้นเติบโตทั่วโลก เป็นกองทุนลูกรัก ที่อยู่ในพอร์ทนานที่สุดแล้วครับ (ราวๆ 1 ปี เศษ) ช่วงกลาง พ.ค. ผลงานลดลงไปเหลือ +3.26 แต่ตอนเด้งก็กลับมาเร็วและหนักแน่นมาก จบไตรมาส 2/2564 +25.36% ครับ

2. KF-US สัดส่วน 8% ผลงาน +9.36%
ด้วยความที่ ไม่อยากพึ่งพากองทุนที่เน้นลงทุนในกองทุนของ ARK มากเกินไป และในพอร์ทยังก็ยังไม่มีกองทุนหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ แนวๆ Information Tech เพียวๆเลย ซึ่งตัวเลือกก็มี K-USA-A, SCBUSAA, KF-US สุดท้ายตัดสินใจเลือก KF-US เพราะกองทุนหลักเป็นของค่าย Baillie Gifford ซึ่งมีผลงานค่อนข้างโดดเด่น กองทุนนี้ผมโยกเงินมาจากการขาย K-CHANGE-A(A) เริ่มทยอยซื้อเมื่อ 1/03/2564 นี้เองครับ ในช่วงกลาง พ.ค. ทำ Max.Drawdown -14.20% จากนั้นก็เด้งแรงเลยครับกลับมา +9.36%

🔴 ยังชอบกองทุนในตระกูล ARK แต่ตอนลงก็ลงโหดมาก จึงขอลดสัดส่วน
3. WE-CYBER สัดส่วน 10% ผลงาน -8.39%
กองทุนหลักคือ กองทุน ARKW ลงทุนหุ้นนวัตกรรมเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต กองทุนนี้โยกเงินมาจากการขาย TNEXTGEN ครับ เริ่มซื้อช่วงต้นเดือน ก.พ. 64 ซื้อปุ๊บติดดอยปั๊บเลยครับ ในช่วงกลาง พ.ค. ทำ Max.Drawdown -25.74% จากนั้นก็เด้งแรงเลยครับกลับมาเหลือ -8.39% เสียดายอยู่เหมือนกันนะครับ ไม่ได้ซื้อถัวเพิ่มเลย ไม่งั้นคงจะติดลบน้อยกว่านี้หรือพลิกกลับมาเป็นบวกแล้ว

4. KFINNO-A สัดส่วน 8% ผลงาน +3.91%
กองทุนหุ้นนวัตกรรม ซึ่งพอร์ทลงทุนของกองทุนหลักก็จะคล้ายๆกับกองทุน ARKK แอดเลือกกองนี้มาแทน TMB-ES-GINNO ครับ ทั้งสองกองลงทุนในกองทุนหลักกองเดียวกัน แต่ KFINNO-A มีค่าธรรมเนียมการจัดการที่ถูกกว่าครับ เริ่มซื้อเมื่อ 30 มี.ค. นี้เอง ในช่วงกลาง พ.ค. ทำ Max.Drawdown -18.13% จากนั้นก็เด้งแรงเลยครับกลับมา +3.91%

☂️ In Cathie We trust! ยังลงทุนในกองทุน ที่มีการลงทุนใน ARKF, ARKG ผสมกับกองทุนหลักจากค่ายอื่นๆ ครับ ⛱

5. WE-GIHEALTH สัดส่วน 7% ผลงาน -6.48%
กองทุนนี้เป็นกองทุนหุ้นเทคโนโลยีทางการแพทย์และสุขภาพ ซึ่งเป็นการรวบมาจากการขาย TGHDIGI และ TGENOME ออกไปครับ กองนี้ลงทุนในกองทุน ARKG อยู่ราวๆ 9.18% เริ่มซื้อต้น ก.พ. 64 ซื้อปุ๊บดอยปั๊บ ในช่วงกลาง พ.ค. ทำ Max.Drawdown -20.75% จากนั้นก็กลับมาเหลือ -6.48% นี่ก็เป็นอีกหนึ่งกองทุน ถ้าในเดือนที่ผ่านมาได้ซื้อเพิ่มบ้าง ผลงานอาจจะพลิกกลับมาบวกได้แล้ว

6. WE-OSHOP สัดส่วน 6% ผลงาน -0.56%
กองทุนที่เน้นลงทุนในธุรกิจ Online Shopping, E-Commerce, Fintech กองนี้ลงทุนในกองทุน ARKF อยู่ราวๆ 6.93% เริ่มซื้อ กลางเดือน มี.ค. ในช่วงกลาง พ.ค. ทำ Max.Drawdown -13.69% จากนั้นก็ค่อยๆเด้งกลับมาเหลือ -0.56%

🔴 ปรับพอร์ท และยังรอคอยการฟื้นตัวของหุ้นจีน

7. KFCMEGA-A สัดส่วน 9% ผลงาน +3.16%
กองทุนหุ้นจีน ที่เน้นลงทุนในธีมเด่นๆของจีน ในหมวดธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค ธุรกิจบริการ สินค้าฟุ่มเฟือย (รถยนต์) , เทคโนโลยี, พลังงานสะอาด, รถยนต์ไฟฟ้า, เฮลท์แคร์ กองทุนนี้ผมโยกเงินมาจากการขายคัทลอส TCHCON ครับ จะว่าไปแล้วกองทุน KFCMEGA-A ก็ลงทุนในกองทุนหลักกองเดียวกันกับ TCHCON นะครับ แต่ KCMEGA-A ได้ลงทุนเพิ่มในกองทุนหลักอื่นๆ ในธีมเทคโนโลยี, พลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า, สุขภาพ ด้วย เรียกได้ว่าเป็นกองทุนหุ้นจีนที่ค่อนข้างครบครัน เริ่มซื้อเมื่อปลายเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาครับ

8. UCI สัดส่วน 12% ผลงาน +5.54%
กองทุนหุ้นจีน ในตลาด A-Shares ที่เน้นนวัตกรรม เริ่มซื้อตั้งแต่ ม.ค. 64 หลังจากเปิดให้ซื้อได้อีกครั้งก็ทยอยสะสมเพิ่มมาเรื่อยๆ ครับ ในช่วงกลาง พ.ค. ทำ Max.Drawdown -14.66% จากนั้นก็เด้งกลับมา +5.54%

9. WE-CHIG สัดส่วน 10% ผลงาน +3.29%
กองทุนหุ้นจีนขนาดกลางและขนาดเล็ก กระจายในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เริ่มซื้อตั้งแต่ ม.ค. 64 ทยอยสะสมเพิ่มมาเรื่อยๆ ครับ ในช่วงกลาง พ.ค. ทำ Max.Drawdown -15.75% จากนั้นก็เด้งกลับมา +3.29%

🔴 เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในกองทุน ธีมรถยนต์ไฟฟ้า, แบตเตอรี่, เซมิคอนดักเตอร์

10. UEV สัดส่วน 9% ผลงาน +5.59%
กองทุนที่เน้นลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวกับ แร่ลิเธียม แบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้า ชิปประมวลผล สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เริ่มซื้อตั้งแต่ช่วง IPO กลางเดือน มี.ค. ทยอยสะสมเพิ่มมาเรื่อยๆ ครับ ในช่วงกลาง พ.ค. ทำ Max.Drawdown -7.60% จากนั้นก็เด้งกลับมา +5.59%

11. WE-EVOSEMI สัดส่วน 4% ผลงาน -1.32%
กองทุนที่เน้นลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวกับชิปประมวลผล เริ่มซื้อเมื่อสิ้นเดือน มิ.ย. นี้เองครับ ในช่วงไตรมาส 2/2564 มีกองทุนใหม่ในธีมเซมิคอนดักเตอร์ ให้เลือกลงทุนหลายกองเลยครับ ทั้ง WE-EVOSEMI, SCBSEMI, LHSEMICON, KKP SEMICON-H ที่แอดเลือก WE-EVOSEMI ทั้งๆที่มีค่าธรรมเนียมสูงกว่ากองอื่น นั้นอาจจะเป็นเพราะแอดเป็นเอฟซีของค่ายนี้ ฮ่าาา 😁 , ยอดซื้อขั้นต่ำเพียง 1 บาท, เป็นค่ายที่ปรับพอร์ทลงทุนได้คล่องตัว, กองทุนหลักมีสัดส่วนลงทุนในหุ้นชิปฯ บิ๊กเนมไม่มากนัก และมีลงทุนในหุ้นชิปบริษัทขนาดกลางๆ เล็กๆ หลายบริษัทที่มีโอกาสเติบโตได้มากกว่า ครับ

………………………………….

🔰 บทเรียนใน ไตรมาส 2/2564 : หุ้น กองทุน มีขึ้นมีลง การมีวินัยในการลงทุน ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ (DCA) มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี ครับ 🔰

………………………………….

🧏‍♂️ แพลนในไตรมาส 3/2564
• เงินสดที่เหลือจากการขายปรับพอร์ทราวๆ 3% คงจะทยอยเติมกองทุนในธีม เซมิคอนดักเตอร์ WE-EVOSEMI, และกองทุนหุ้นจีน KFCMEGA-A เพิ่มเติมครับ
• เงินใหม่ที่จะ DCA ในไตรมาสนี้จะพยายามเกลี่ยๆให้ % สัดส่วนของกองทุนที่มีอยู่ไม่ต่างไปจากเดิมครับ
• ถ้าไตรมาสนี้ กองทุนหุ้นจีนยังไม่ฟื้น หรือฟื้นตัวช้า อาจจะทยอยลดสัดส่วน UCI, WE-CHIG แล้วนำไปเติมกองทุนในธีม เซมิคอนดักเตอร์, และรถยนต์ไฟฟ้า แทนครับ

✌ ปีนี้ยังคาดหวังผลงานที่ +15% และชนะกองทุนที่นำมาเป็น Benchmark เช่นเดิมครับ เหลือ 2 ไตรมาสให้ลุ้น  ต้องติดตามกันต่อไปครับ พอร์ทลงทุนของเพื่อนๆเป็นอย่างไรบ้างครับ แชร์กันได้นะครับ



Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *