📌 สรุปผลการลงทุนในกองทุนรวม ไตรมาส 1/2564 กำไรหดหาย และเริ่มขาดทุนอีกครั้ง!



👉 สรุปผลงานพอร์ทกองทุน (พอร์ทหลัก) ในไตรมาส 1/2564 ประวัติศาสตร์ดูเหมือนจะซ้ำรอยเดิมกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว! ต้นปีเริ่มต้นด้วยความสดใสที่ต่อเนื่องมาจากสิ้นปี 2563 กองทุนในพอร์ททุกกองยังมีผลงานเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง แต่สุดท้ายงานเลี้ยงก็เลิกรา

ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา หุ้นในพอร์ทลงทุนของกองทุนหลัก ก็ถูกเทขายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลงานพอร์ท กำไรหดหาย และเริ่มเจอกับการขาดทุนหนักๆอีกแล้วครับ

🔰 มาดูสรุปผลงานกันเลยนะครับ 🔰
• ผลงาน ปี 2563 ทำได้ +17.16% (จากติดลบ สามสิบกว่า%)
• ผลงาน ไตรมาส 1/2564 ทำได้ -4.40% (ติดลบสูงสุด ราวๆ -6.20%) ถือว่ายังแพ้ผลงานของกองทุนที่ผมเลือกมาเป็น Benchmark คือ ONE-UGG-RA นะครับ กองทุนนี้ Q1/2564 = -3.577%

😁 จะว่าไปผลงานก็ไม่ได้ย่ำแย่มากใช่ไหมครับ อาจจะเป็นเพราะแอดโชคดี และได้ประสบการณ์จากปีที่แล้วที่ตัดสินใจคัทลอสช้า และไม่ขายล็อกกำไรไว้เลยจนทำให้พอร์ทติดลบหนักมาก (-30กว่า%) มาปีนี้จึงกลัวจะซ้ำรอยเดิม ก็เลยตัดสินใจขายปรับพอร์ท และรินขายเก็บกำไรจากบางกองทุนได้ทัน 

พอร์ทลงทุนกองทุนรวม 2564

🧏‍♂️รายการหลักๆ ในช่วงไตรมาส 1/2564 มีดังนี้ครับ

• ขาย ASP-EVOCHINA ช่วงต้นเดือน ม.ค. ถือมา 4 เดือน ได้กำไรราวๆ 10% (กองนี้ขายแล้วขึ้นต่อนะครับ) โดยโยกมาเข้า UCI ครับ
• ขาย TMBCOF ช่วงต้นเดือน ก.พ. ถือมาประมาณ 1 ปี ได้กำไรราวๆ 24% จากนั้นก็มาติดดอย TCHCON ครับ
• ขาย TNEXTGEN (ARKW) ช่วงต้นเดือน ก.พ. ถือมาประมาณ 3 เดือน ได้กำไรราวๆ 40% เพื่อโยกมาเข้า WE-CYBER ซึ่งก็ลงทุนในกองทุน ARKW เหมือนกันแต่มีค่าธรรมเนียมถูกกว่า TNEXTGEN เล็กน้อยครับ สุดท้ายก็มาติดดอย WE-CYBER จนได้ครับ
• ขาย TGENOME ช่วงต้นเดือน ก.พ. ถือมาเกือบ 1 เดือน กองนี้เท่าทุนครับ
• ขาย TGHDIGI ช่วงต้นเดือน ก.พ. ถือมาเกือบ 5 เดือน ได้กำไรราวๆ 22% ที่ขาย TGENOME และ TGHDIGI เพราะจะรวบกองหุ้นสุขภาพและเทคโนโลยีทางการแพทย์ ให้เหลือกองเดียว โดยได้ลงทุนในกองทุน WE-GIHEALTH แทนครับ (กองนี้ก็ติดดอยครับ) เพราะกองนี้ลงทุนในกองแม่กองเดียวกับ TGHDIGI และยังลงทุนในกองทุน ARKG ซึ่งเป็นกองแม่ของ TGENOME อีกด้วย
• ขาย WE-OSHOP ช่วงต้นเดือน ก.พ. ถือมาประมาณ 4 เดือน ได้กำไรราวๆ 15%
• ขาย K-CHANGE-A(A) ถือมาประมาณ 1 ปี ได้กำไร 32.55% ขายออกเนื่องจากอยากเก็บกำไรก่อนจะไม่เหลือให้เก็บครับ และมองว่าหุ้นในพอร์ทลงทุนของกองทุนหลัก หลายๆตัวก็ซ้ำกับ ONE-UGG-RA แล้ว จึงโยกไปเข้า KF-US กองทุนหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐอเมริกา ซึ่งกองทุนหลักก็เป็นของค่ายเดียวกันกับกองทุน K-CHANGE-A(A) และ ONE-UGG-RA ครับ
• รินขาย ONE-UGG-RA บางส่วนเพื่อเก็บกำไรไว้บ้างหนะครับ โดยขายตอนที่บวกอยู่ราวๆ 25% ครับ
• ขาย T-GlobalEnergy, T-ES-GGREEN, MFTECH ซึ่งก็ขาดทุนตัวละ 3 – 6% ครับ
• ขาย TUSFIN-A ช่วยปลายเดือน มี.ค. ถือมาไม่ถึง 1 เดือน มีกำไรบ้างนิดหน่อยครับ ขายนำเงินไปถัวกองทุนอื่นๆ ครับ

😅 แพลนเดิมจากช่วงปลายปี 2563 ว่าจะคุมจำนวนกองทุนในพอร์ทให้ไม่เกิน 10 กองทุน แต่สุดท้ายก็คุมไม่อยู่ กองทุนที่เหลืออยู่ในพอร์ท ณ 31/03/2564 มีดังนี้ครับ :

🔴 ยังมั่นใจกับกองทุนจากค่าย Baillie Gifford

1. ONE-UGG-RA สัดส่วน 10% ผลงาน +8.05%
กองทุนหุ้นเติบโตทั่วโลก เป็นกองทุนที่อยู่ในพอร์ทนานที่สุดแล้วครับ (ราวๆ 1 ปี เศษ)

2. KF-US สัดส่วน 7% ผลงาน -8.85%
ด้วยความที่ ไม่อยากพึ่งพากองทุนที่เน้นลงทุนในกองทุนของ ARK มากเกินไป และในพอร์ทยังก็ยังไม่มีกองทุนหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ แนวๆ Information Tech เพียวๆเลย ซึ่งตัวเลือกก็มี K-USA-A, SCBUSAA, KF-US สุดท้ายตัดสินใจเลือก KF-US เพราะกองทุนหลักเป็นของค่าย Baillie Gifford ซึ่งมีผลงานค่อนข้างโดดเด่น กองทุนนี้ผมโยกเงินมาจากการขาย K-CHANGE-A(A) เริ่มทยอยซื้อเมื่อ 1/03/2564 นี้เอง ครับ

🔴 ยังชอบกองทุนในตระกูล ARK แต่ตอนลงลงโหดมาก จึงขอลดสัดส่วน

3. TMB-ES-GINNO สัดส่วน 7% ผลงาน +10.23% (จากที่เคย + 40กว่า%)
กองทุนหุ้นนวัตกรรม ซึ่งพอร์ทลงทุนของกองทุนหลักก็จะคล้ายๆกับกองทุน ARKK เริ่มซื้อมาตั้งแต่ช่วง IPO ปลายเดือน ต.ค. 63

4. WE-CYBER สัดส่วน 7% ผลงาน -13.83% (ซื้อปุ๊บดอยปั๊บ ติดลบมากสุด -24%)
กองทุนหลักคือ กองทุน ARKW ลงทุนหุ้นนวัตกรรมเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต กองทุนนี้โยกเงินมาจากการขาย TNEXTGEN ครับ เริ่มซื้อช่วงต้นเดือน ก.พ. 64

☂️ ขายกองทุน ที่ลงทุนในกองทุนของค่าย ARK Invest เพียวๆ ออกไป 3 กองคือ MFTECH (ARKF), TGENOME (ARKG) และ TMB-ES-AUTOMATION (ARKQ) โดยเปลี่ยนไปลงทุนในกองทุน ที่มีลงทุนใน ARKF, ARKG บ้างเล็กน้อยแทน 

5. WE-GIHEALTH สัดส่วน 6% ผลงาน -17.43% (ซื้อปุ๊บดอยปั๊บ ติดลบมากสุด -20%)
กองทุนนี้เป็นกองทุนหุ้นเทคโนโลยีทางการแพทย์และสุขภาพ ซึ่งเป็นการรวบมาจากการขาย TGHDIGI และ TGENOME ออกไปครับ เริ่มซื้อ ต้น ก.พ. 64

6. WE-OSHOP สัดส่วน 3% ผลงาน -3.27%
กองทุนที่เน้นลงทุนในธุรกิจ Online Shopping, E-Commerce, Fintech หลังจากที่ขายล็อกกำไรกองทุนนี้ไปไม่นาน และพอทราบว่ากองทุนนี้มีการปรับพอร์ทลงทุนใหม่ โดยได้ลงทุนในกองทุนหลักของ ONE-GECOM และ ARKF ด้วยจึงไม่ลังเลที่จะเริ่มกลับมาซื้อเข้าพอร์ทอีกครั้งครับ เริ่มซื้อเมื่อ 15/03/2564

🔴 เพิ่มน้ำหนัก และรอคอยการฟื้นตัวของหุ้นจีน

7. TCHCON สัดส่วน 11% ผลงาน -15.21%
กองทุนหุ้นจีน ที่เน้นลงทุนในหมวดธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค ธุรกิจบริการ สินค้าฟุ่มเฟือย (รถยนต์) กองทุนนี้ผมโยกเงินมาจากการขาย TMBCOF ออกไป เริ่มซื้อตั้งแต่ IPO (9/02/2564) และซื้อสะสมมาเรื่อยๆ แต่ก็ยังติดลบอยู่พอสมควร

8. UCI สัดส่วน 10% ผลงาน -8.74%
กองทุนหุ้นจีน ในตลาด A-Shares ที่เน้นนวัตกรรม เริ่มซื้อตั้งแต่ ม.ค. 64 หลังจากเปิดให้ซื้อได้อีกครั้งก็ทยอยสะสมเพิ่มมาเรื่อยๆ ครับ

9. WE-CHIG สัดส่วน 9% ผลงาน -8.25%
กองทุนหุ้นจีนขนาดเล็ก กระจายในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เริ่มซื้อตั้งแต่ ม.ค. 64

🔴 พักเงินจากกองทุนเทคโนโลยี ไว้กับกองทุนในธีมอื่นๆ

พักเงินไว้กับกองทุนในกลุ่มการเงิน คือกองทุน TUSFIN-A ราวๆ 6%ของพอร์ท ได้กำไรติดไม้ติดมือบ้างเล็กน้อย ถือไว้ไม่นานนักก็ปล่อยออกไป เพื่อนำเงินไปซื้อถัวกองทุนอื่นๆ และอีกกองคือ T-PREMIUM BRAND

10. T-PREMIUM BRAND สัดส่วน 6% ผลงาน -1.43%
เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้น โรงแรม สินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง เครื่องสำอางค์ เครื่องดื่ม เป็นต้น เริ่มซื้อเมื่อ 24/02/2564

🔴 กองทุนในธีมรถยนต์ไฟฟ้า ที่รอคอยมาแล้ว

11. UEV สัดส่วน 4% ผลงาน -1.91%
กองทุนที่เน้นลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวกับ แร่ลิเธียม แบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้า ชิปประมวลผล สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เริ่มซื้อตั้งแต่ช่วง IPO 12/03/2564

12. TNEWENGY สัดส่วน 5% ผลงาน +1.90%
อีกหนึ่งกองทุนที่เน้นลงทุนในธีมรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และพลังงานสะอาด เริ่มซื้อเมื่อ 23/03/2564

13. WE-TENERGY สัดส่วน 2% ผลงาน -7.59%
กองทุนที่เน้นลงทุนในธีมรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้า ไฟฟ้า พลังงานสะอาด เริ่มซื้อตั้งแต่ IPO 24/02/2564

🔴 ตกรถกองทุนหุ้นไทย

ในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 พลาดอย่างแรงที่ไม่มีกองทุนหุ้นไทยในพอร์ทเลย พอมาถึงต้นปี 2564 ก็ไม่อยากไล่ซื้อแล้วหละครับ ก็เลยไปดูกองทุนที่ลงทุน ในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์, REIT ไทย และ ไทย+สิงค์โปร์ ที่ยังไม่ฟื้นเลย โดยซื้อเข้าพอร์ทมา 2 กองคือ LHTPROP และ SCBPINA รวมเป็นราวๆ 10%ของพอร์ท เป็นการเข้าซื้อที่ถูกจังหวะพอสมควรครับ ส่วนที่ซื้อไม้แรกๆ กำไรราวๆ 8% ถือมาสัก 2 อาทิตย์ก็ขาย SCBPINA ออกไปทั้งหมด และทยอยขาย LHTPROP ออกไปเรื่อยๆ เพื่อนำเงินมารอทยอยถัวกองทุนอื่นๆครับ

14. LHTPROP สัดส่วน 2% ผลงาน -1.32%
กองทุนที่เน้นลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์, REIT ประเภท ห้างสรรพสินค้า, ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์, คลังสินค้า, ศูนย์จัดแสดงสินค้า, อาคารสำนักงาน ในไทย เริ่มซื้อตั้งแต่ 5/03/2564

…………………………………………….

🔰 ไตรมาส 1/2564 ได้เรียนรู้แล้วว่า อย่ารักกองทุนที่ลงทุนมากเกินไป ต้องกล้าตัดสินใจขายรักษากำไรไว้บ้าง ก่อนที่กำไรนั้นจะไม่เหลือ 🔰

…………………………………………….

🧏‍♂️ แพลนในไตรมาส 2/2564
• เงินสดที่เหลือจากการขายปรับพอร์ทราวๆ 10% คงจะทยอยเติมกองทุนในธีมรถยนต์ไฟฟ้า และกองทุนหุ้นจีน เพิ่มเติม ยังหวังและรอคอยการฟื้นตัวของหุ้นจีนอยู่ครับ
• ทยอยขาย TMB-ES-GINNO ไปลงทุนในกองทุน KFINNO-A แทน ครับ สองกองทุนนี้ลงทุนในกองทุนหลักกองเดียวกัน แต่ KFINNO-A มีค่าธรรมเนียมการจัดการถูกกว่า ซึ่งก็ได้ซื้อในช่วง IPO ไปแล้วครับ
• ยังสนคงสนใจกองทุนในธีมกัญชา กัญชง ครับ ซึ่งทาง บลจ.เอ็มเอฟซี ได้เปิดกองทุนในธีมนี้แล้วคือ กองทุน MCANN IPO 19-27เม.ย. นี้ อาจจะซื้อติดพอร์ทไว้ครับ
• ถึงแม้จะเสียดายกับผลงานของกองทุนหุ้นไทย แต่คงไม่ไล่ซื้อครับ แต่จะกลับมาทยอยสะสม LHTPROP เพิ่มอีกครั้ง หลังจากที่ขายทำกำไรไปแล้ว 1 รอบ ยังมีความเชื่อว่ากองอสังหาฯ และ REIT พวกห้างสรรพสินค้า, ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์, คลังสินค้า, ศูนย์จัดแสดงสินค้า, อาคารสำนักงาน ในไทย จะกลับมาได้ หลังจากสถานการณ์โรคโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย (มีวัคซีน และเริ่มฉีดวัคซีนแล้วเกือบทั่วโลก)
• เนื่องจากไตรมาส 2 นี้ มีเรื่องต้องใช้ตังค์เยอะ จึงเหลืองบในการ DCA ได้น้อยลง จึงเป็นไปได้ที่จะปล่อย T-PREMIUM BRAND ออกไปทั้งหมดเพื่อนำมาเป็นทุนเสริมในการทยอย DCA และปล่อย WE-TENERGY ออกไปให้เหลือ TNEWENGY ซึ่งลงทุนในธีมเดียวกันไว้แทน ครับ

 ปีนี้ยังคาดหวังผลงานที่ +15% เป็นอย่างน้อย เช่นเดิมครับ เหลือ 3 ไตรมาสให้ลุ้น ต้องติดตามกันต่อไปครับ

พอร์ทลงทุนของเพื่อนๆเป็นอย่างไรบ้างครับ แชร์กันได้นะครับ



Add a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *